เส้นทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ

เส้นทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ


พ.ศ. 2304
มาดาม มารี ทุซโซ (Marie Tussaud) มีนามเดิมว่า
แอนนา มารี โกรซอลต์ส (Anna Maria Grosholtz) เกิดที่เมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส บิดาของมารีเสียชีวิตก่อนหน้าที่เธอจะเกิดและมารดาของเธอได้ไปทำงานให้กับนายแพทย์ฟิลิปเป เคอร์เทียส (Philippe Curtius) ซึ่งเป็นทั้งแพทย์และนักปั้นหุ่นขี้ผึ้งฝีมือดีในสวิตเซอร์แลนด์

พ.ศ. 2310
เมื่อโตขึ้น มารีได้ทำงานให้กับนายแพทย์เคอร์เทียสด้วยเช่นกัน ในตอนนั้นเขาได้ผันตัวมาเป็นศิลปินปั้นหุ่นขี้ผึ้งในปารีสอย่างเต็มตัว เมื่อเขาสังเกตเห็นพรสวรรค์ทางศิลปะของเธอ จึงได้สอนเทคนิคการทำหุ่นขี้ผึ้งให้

พ.ศ. 2313
ห้องแสดงผลงาน 'Salon de Cire’ ของนายแพทย์เคอร์เทียสในปารีสเป็นที่ซึ่งใครๆ ต้องแวะเยือน ผลงาน ‘Caverne des Grands Voleurs’ ของเขาที่แสดงเรื่องราวความตายอันน่าสยดสยองเป็นจุดกำเนิดของห้อง Chamber of Horrors ในเวลาต่อมา

พ.ศ. 2321
นิทรรศการของเคอร์เทียส ดึงดูดผู้ชมทุกชาติทุกภาษาซึ่งรวมถึงราชวงศ์ด้วย นับเป็นของร่วมสมัยในตอนนั้น ด้วยวัยเพียง 17 ปี มารีได้ปั้นหุ่นขี้ผึ้งของวอลแตร์ (Voltaire) ที่นั่งเป็นแบบให้ในปารีส ในปี 1780 มารีได้รับเชิญเข้าไปเป็นครูสอนศิลปะให้กับพระโอรสและพระธิดาของกษัตริย์ในพระราชวังแวร์ซายส์ซึ่งทำให้เธอได้มีโอกาสสัมผัสความมั่งคั่งและความหรูหราอลังการ

พ.ศ. 2326
มารีสร้างหุ่นขี้ผึ้งของเบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) และได้พรรณาถึงเขาในบันทึกว่า "....ท่าทางที่จริงใจ ความเฉียบคมในการสังเกต การกระทำที่มีความถูกต้องชัดเจน สร้างความประทับใจได้อย่างแรงกล้าต่อชาวปารีส”

พ.ศ. 2330
มารีสร้างหุ่นขี้ผึ้งของบุคคลต่างๆ ในราชวงศ์ฝรั่งเศส ได้แก่ พระเจ้าหลุยส์ที่16, พระนางมารี อังตัวแนตต์ (Marie Antoinette), พระราชธิดาองค์ใหญ่
และรัชทายาท

พ.ศ. 2332
การปฎิวัติฝรั่งเศสเริ่มต้นขึ้น คณะปฎิวัติได้สั่งให้มารีและนายแพทย์เคอร์เทียส ปั้นรูปศีรษะของสองวีรบุรุษประชาชน ดยุคแห่งออร์เลอองส์ (Duke of Orleans) และ เนกเกร์ (Necker) เพื่อใช้ในการเดินขบวนอย่างสงบ แต่การเดินขบวนครั้งนี้กลับกลายเป็นเหตุนองเลือด เมื่อกองทหารฝ่ายกษัตริย์เกิดตื่นตระหนกและยิงอาวุธเข้าใส่ฝูงชน ในวันที่ 14 กรกฎาคม ศีรษะของเหล่าผู้ปกครองฝรั่งเศสถูกส่งไปยังซาลอน เดอ ซีร์ ‘Salon de Cire'
มารีต้องใช้ความกล้าอย่างยิ่งยวดในการสร้างหน้ากากมรณะที่หล่อขึ้นจากใบหน้าเหล่านั้นเพราะหากปฏิเสธเธออาจจะต้องเสี่ยงต่อการถูกฝูงชนทำลายผลงาน

พ.ศ. 2336
วันที่ 21 มกราคม มารีได้รับคำสั่งให้สร้างหน้ากากมรณะจากเศียรของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ที่ถูกบั่นด้วยเครื่องกิโยติน และในเดือนตุลาคมของปีเดียวกัน มารีต้องสร้างหน้ากากมรณะพระนางมารี อังตัวแนตต์ (Marie Antoinette) และเดินทางไปทำภาพร่างการประหารชีวิตพระนางมารี อังตัวแนตต์ (Marie Antoinette) ซึ่งทำให้เธอถึงกับเป็นลมหมดสติไป

พ.ศ. 2337
ในระหว่างการปฎิวัติฝรั่งเศส มารีถูกคุมขังแต่ความสามารถในงานปั้นได้ช่วยให้เธอรอดพ้นจากการถูกประหารด้วยกิโยติน และเมื่อเธอได้รับการปล่อยตัวออกมาก็ทันเวลาที่จะสร้างหน้ากากมรณะของโรเบสปิแอร์ (Robespierre) พอดี นายแพทย์เคอร์เทียสเสียชีวิตลงและยกผลงานที่ใช้จัดแสดงในปารีสให้มารีทั้งหมด

พ.ศ. 2338
มารีแต่งงานกับฟรังซัวส์ ทุซโซ (Francois Tussaud) ซึ่งไม่ได้มอบอะไรให้เธอมากนักนอกจากบุตรชายสองคน โจเซฟ (เกิดในปี 1798) และฟรานซิส (เกิดในปี 1800) และนามสกุลที่มีชื่อเสียงลือลั่นในเวลาต่อมา

พ.ศ. 2344
มารีทำหุ่นปั้นของนโปเลียน ในขณะที่มารีกำลังทำรูปหล่อจากใบหน้าของเขา เธอบอกเขาว่าไม่ต้องกลัว เขาตอบว่า “กลัวนะหรือ ต่อให้เอาปืนมาจ่อรอบหัวแบบนี้ ก็ไม่มีวันกลัว!”

ตั้งหลักแหล่งบนถนนเบเกอร์สตรีท

สงวนลิขสิทธิ์โดย เมอร์ลิน เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กรุ๊ป 2553, สงวนลิขสิทธิ์